หน้าแรก > Movies & Books > Tokyo Sonata ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป

Tokyo Sonata ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป

อาทิตย์ก่อน ได้มีโอกาสไปเดินแถวสยาม ผมเห็นโปสเตอร์หนังญี่ปุ่นที่มีใบปิดเท่ห์ๆใบหนึ่ง ก็เลยซื้อตั๋วเข้าไปดู ที่โรงหนังสยาม และระหว่างที่รอเข้าโรงหนังนั้นเอง ผมก็ได้เดินไปอ่านรายละเอียดของหนังเพิ่มเติมพบว่า เป็นหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เข้าชิงรางวัล Jury ของเมืองคานส์ ทำให้หวั่นใจ เพราะส่วนตัวมีความเห็นว่าหนังสาย Jury เป็นหนังที่ออกไปทางประหลาดๆดูไม่รู้เรื่อง อย่างเรื่อง Song from the second floor ที่ทำเอาผมหลอนมาแล้วในลิโด้ เนี่ยละครับ

tokyo sonata

แต่ทำไงได้ ก็ซื้อตั๋วแล้วนี่ พอได้เวลา ผมก็เข้าไปนั่งประจำที่ รอรับประสบการณ์ที่หนังอยากจะเล่าให้ฟัง Tokyo Sonata เล่าถึงครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง มีพ่อ แม่ พี่ชาย น้องชาย อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างไม่ค่อยจะสะดวกนักในบ้านที่อยู่ติดกับทางรถไฟ ฉากเริ่มต้น เริ่มด้วยพายุฝนที่พัดเข้าสู่เมืองโตเกียว แม่บ้านต้องวิ่งไปปิดประตูหลังบ้านเพื่อไม่ให้ฝนสาด ให้เลอะบ้าน แต่ปิดกั้นพายุได้ก็เฉพาะน้ำฝนที่เข้าบ้านล่ะครับ เพราะขณะเดียวกัน พ่อบ้านที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายธุรการบริษัท แห่งหนึ่ง ถูกบีบคั้นให้ต้องลาออกจากงาน กลับมาบ้านก็ไม่กล้าจะบอกลูกเมีย

พ่อบ้าน ใช้วิธีแก้ตัวไปวันๆ แต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้า เสมือนหนึ่งว่าจะไปทำงาน แต่จริงๆแล้วออกไปตะลอนๆสมัครงาน ออกไปกินข้าวบริจาคที่โรงทานตามสวนสาธารณะ

อายุอานามก็มากโขอยู่ ทำให้ไม่สามารถสมัครงานดีๆได้ เค้าจะทำไงดีหนอ

ขณะเดียวกัน ลูกชายคนเล็ก ก็ดันไปค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจก็คือ อยากเรียนเปียโน ซึ่งก็จำเป็นต้องใช้เงินอยู่มิใช้น้อย ฝ่ายพี่ชายก็กำลังจะเซอร์ไพรส์ที่บ้านด้วยการสมัครเป็นทหารอเมริกัน ส่วนแม่บ้านเธอมีปัญหากับใบขับขี่ที่อุตส่าห์สอบมาได้ แต่ไม่มีรถให้ทดสอบฝีมือซะเลย ประกอบกับเริ่มสงสัยในตัวสามีว่าออกจากบ้านแต่ละวันไปทำอะไร ไปทำงานจริงหรือ

เรื่องราวก็หมุนวนด้วยความอึดอัดของการแก้ไขปัญหาที่มองไม่เห็นแสงสว่างเอาเสียเลย เนื้อหาเพิ่มความหนักหนาเข้าไปทีละน้อยๆ จนผมรู้สึกอึดอัดอยากลุกจากโรงเสียให้ได้ แต่ก็นั่งดูวิธีแก้ปัญหาของตัวละครแต่ละคน

เรื่องราวมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอยู่ประปราย แล้วแต่ใครจะเก็บส่วนไหนได้ ส่วนตัวผมเอง เห็นประเด็นเรื่องวิกฤตของคนตกงาน โดยมีประโยคที่เพื่อนนักเตะฝุ่นของพ่อบ้านพูดว่า “เรือช่วยชีวิตออกไปแล้วในนั้นมีแต่เด็กและผู้หญิง เรือช่วยชีวิตลอยออกไปไกลแล้ว เหลือแค่ตัวเรากับเรือที่ค่อยๆจม”

อึดอัดพอสมควรเลยครับ เมื่อมาถึงไคลแมกซ์ของเรื่อง บีบกันมาเรื่อยๆ แต่กระนั้น เมื่อผู้ชม อดทนดูมาถึง ส่วนปลายท้ายเรื่อง ผู้กำกับคิโยชิ คุราซาว่า ก็มีรางวัลให้ครับ เป็นของขวัญที่น่าชื่นใจ เป็นฉากที่ทำให้ ความอึดอัดตลอดทั้งเรื่องเริ่มขยับ ขยาย

ออก ทำให้เริ่มมองเห็นแสงสว่างลอดเข้ามาในสายตา

ตอนนั้น เมื่อมาถึงฉากจบของหนัง ผมได้แต่คิดใน

ใจว่า ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป

หมวดหมู่:Movies & Books ป้ายกำกับ:
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: