หน้าแรก > Management Tools > ว่าด้วยเรื่องของ Long Tail

ว่าด้วยเรื่องของ Long Tail

กุมภาพันธ์ 8, 2009 ใส่ความเห็น Go to comments

เมื่อหลายวันก่อน ผมนั่งคุยกับเพื่อนๆ ที่อยู่ในแวดวงการตลาด และเค้ากำลัง
เรียน MBA อยู่ เราได้นำเรื่อง Long tail มาคุยกัน

เพื่อนผมก็ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า long tail มันเป็นอะไรที่ขัดแย้งกับ pareto

ผมฟังดู ในตอนแรกก็ไม่ได้แย้งอะไรออกไป

แต่พอมาคิดๆดูอีกที ผมก็ได้คำตอบตัวเอง และสามารถตอบเพื่อนได้แบบนี้ครับ

ผมขอแสดงความเห็น เรื่องพี่หางยาวของเรา ในความเข้าใจผมบ้างดีกว่า

ผมมีความเห็นว่า Long Tail ไม่ได้สวนทางกับ Pareto (80/20) หรอกครับ แต่ตรงกัน
ข้าม long tail เป็นการยอมรับ และใช้ประโยชน์จาก Pareto มากกว่า

คืองี้ครับ Pareto พูดถึงการกระจายในลักษณะที่ไม่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น รายได้ของคนจนคนรวย ยอดขายของสินค้าแต่ละประเภทในตลาด ความถี่ในการเข้าเว็บของ
อินเตอร์เน็ต  ยอดขายของเทป ซีดี ดีวีดี ประมาณว่า ในการแบ่งสรรปันส่วนอะไรสักอย่าง มันจะมี  item บางส่วนที่ได้ส่วนแบ่งมากมากไป และมีอีกบางส่วน item ที่ได้ส่วนแบ่งน้ออยยยยยยยไป

แล้วถ้าเราทำกราฟแท่ง โดยเรียงลำดับ item ที่ได้ส่วนแบ่งจากมากไปน้อยจะได้กราฟประมาณ long tail เนี่ยละครับ

แล้วทีนี้ เหตุผลละครับ ทำไม มันถึงเป็นแบบนั้น ทำไม ทุกอย่างมันไม่ได้แบ่งอย่างเท่าเทียมกัน ทำไมทุกอย่างมันไม่ได้แบ่งให้ทุก item อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน

คริส แอนเดอร์สันก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ในเล่มนะครับ

ผมเรียกสิ่งนี้ว่า “อุปสรรค” ครับ มันมีอุปสรรคบางอย่างขัดขวางการกระจายแบบเท่าเทียมกันอยู่ ทำให้เกิด Long Tail

ซึ่งทีนี้ เรื่อง Pareto เป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากๆ ธรรมชาติโคตรๆ คือเราจะเจอมันทุกแห่งเลย อุปสรรคที่ผมพูดถึงมันเลยมีอยู่ในธรรมชาติทั่วไปครับ
ยิ่งในธุรกิจมันมี”ธรรมชาติ”ของมันอยู่ครับ

พี่คริส เล่าให้เราฟังเรื่อง ชั้นวางสินค้าในเซเว่น ที่มีเนื้อที่จำกัด ทำให้เซเว่น ไม่สามารถวางสินค้าทุกตราสินค้าได้ เค้าก็เอื้อเฟื้อในการคัดสรรสิ่งดีๆ
ให้กับลูกค้าอย่างเราๆ

ซึ่ง ทำให้เรากินอะไรเหมือนๆกัน ลองคิดภาพถึง ชาเขียวรสถั่วเขียว ซึ่งอาจจะมีใครคิดค้นออกมาได้ ซึ่งบังเอิญว่ามันจะเป็นรสชาติที่เหมาะจงตรงเป๋งกับลิ้นของเราก็เป็นได้

แต่มันไม่มีขายใน เซเว่น  แต่มีขายที่ร้านลุงจ่อย อำเภอบ้านแขก จ.อุดรธานี แบบนี้ เราจะหาดื่มได้ยังไงครับ

ถ้าสินค้าทุกตัวมีสิทธิมีเสียงที่จะวางขายได้ เท่าเทียมกัน มันจะทำให้เรามีโอกาสได้เจอกับสินค้าที่ตรงกับความต้องการของเราๆมากขึ้น

กราฟลองเทล ก็หน้าตาเปลี่ยนไป (แต่คงไม่ถึงขนาดกับจะเป็นการกระจายที่เท่าเทียมกันหรอกนะครับ)

ที่กล่าวมาข้างต้น ก็เพื่อจะบอกว่า ในการกระจายระดับของยอดขายสินค้าบ้านเรา มีอุปสรรคที่ทำให้การกระจายไม่เท่าเทียม อยู่ที่ เนื้อที่อันจำกัดของ สโตร์ต่างๆ
ครับจริงๆมันต้องตีขลุมไปถึง logistic  ด้วย

สำหรับผมแล้ว Long Tail คือการพูดถึง อุปสรรคในการกระจาย ครับ

เมื่อเอาไปปรับใช้กับธุรกิจ ผมว่า สิ่งที่แอนเดอร์สันบอกแล้วคุณวิษณุเอามาเล่าให้ฟังเนี่ย คือแนวทางที่ใช่เลยนะครับ

แอนเดอร์สันก็เสนอว่าแทนที่จะเข้าไปในตลาดที่ไม่มีทางชนะ
เราควรเลือกเข้าไปในตลาดที่ถูกรายใหญ่ละทิ้งแล้วดีกว่า  ซึ่งเป็นช่วงที่เส้นโค้งอุปสงค์เริ่มทอดระนาบลงอย่างมาก
(แสดงด้วยสีส้มเหลือง) เพราะเหตุว่า

1) ขนาดของตลาดใหญ่กว่า

2) เป็นตลาดที่แม้จะมีมาร์จิ้นต่ำกว่า แต่ก็เป็นตลาด “เย็น”
ที่รายใหญ่ทิ้งไปแล้ว เพราะมองว่าไม่คุ้ม
จุดเด่นของตลาดช่วงนี้คือ มีเสถียรภาพด้านราคาสูง
ภาวะ “ตลาดเย็น” ที่ว่า
เป็นจังหวะที่เส้นเริ่มแบบราบลงไปและตลาดก็มีขนาดเล็กมากคล้ายกับเป็นส่วนหาง
ของกราฟ

คือภาพของแอนเดอร์สัน ทำให้ผมนึกถึงคำอาจารย์ที่สอนผมมา

เวลาที่เราจะเข้าไปทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม ส่วนใหญ่มันจะมีเจ้าตลาดอยู่ เพราะถ้าท่านคิดธุรกิจที่ไม่มีเจ้าตลาดได้ แสดงว่าท่านอยู่ใน Blue Ocean
(ทีนี้ก็ว่ายกันสนุกเลย)

ถ้าท่านเข้าไปตลาด Red Ocean ที่มีอยู่ทั่วไป   เค้าจะมีการแบ่งส่วนของตลาดครับ

ซึ่งส่วนที่ใครๆก็อยากได้คือ Mass คือตลาดคนกลุ่มใหญ่ ซึ่งไม่ต้องการการปรับแต่งความต้องการให้เข้ากับลูกค้าแต่ละคนมากนัก

และส่วนที่คนไม่เล่นเพราะว่าถ้าแบ่งวิธีนี้จะทำให้ได้คนน้อย คือ ตลาดแบบ Niche โดยแบ่งตลาดจากความต้องการเฉพาะตัวเป็นกลุ่มๆ
เช่น ชาเขียวรสถั่วเขียวของผม ที่ คนจังหวัดอุดรนิยมกัน(ไม่ใช่เรื่องจริงนะครับ)

ถ้าท่านเดินเข้าไปในธุรกิจที่มีเจ้าใหญ่ขาใหญ่ ขากลาง ขาค่อนข้างใหญ่ อยู่ละก็   ท่านซึ่งขาเล็ก จะได้ส่วนที่เป็น Niche มา ซึ่งเหนื่อยมากครับ ได้เงินน้อย
เพราะลูกค้าเป็นกลุ่มน้อยๆ

พี่คริส เค้าก็เลยบอกไงครับว่าให้รวบ หางยาวไว้ด้วยกันจะดีมั้ยเอ่ย หมายถึงการแพค Niche ไว้ด้วยกันน่ะครับ
(คนน้อยๆ มารวมกันก็จะได้ demand รวมๆเยอะแยะ ได้เงินเยอะๆครับ ชอบ)

ส่วนวิธีการทำได้ เราก็ต้องเอาชนะ “อุปสรรค” ที่ขัดขวางการกระจายแบบเท่าเทียม
ส่วนใหญ่ที่เห็นได้ชัดก็เป็น การใช้ I T มาช่วยนะครับ

เช่น Amazon การที่ใช้ website มาใช้ในการวางสินค้า ช่วยขจัด อุปสรรค ในเรื่อง
ของ “พื้นที่อันจำกัด” ตามแบบร้านค้าแบบเซเว่น เลยครับ

สำหรับ ท่านที่ยังไม่รู้จักกับ Long tail อ่านได้จากที่นี่ครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/The_Long_Tail

เส้นแบ่งเรื่�ง
Blogged with the Flock Browser
หมวดหมู่:Management Tools ป้ายกำกับ:, , ,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: